แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลดน้ำหนัก แสดงบทความทั้งหมด

ลดน้ำหนักที่ยก แล้วเพิ่มจำนวนครั้งแทน ลดไขมันได้ดีจริงๆเหรอ ?

หลายๆคนที่กำลังคุมอาหารและออกกำลังกาย เพื่อลดไขมันในร่างกาย อาจจะเคยอ่านหรือเคยได้ยินมาว่า เราควรยกน้ำหนักที่เบาๆ แต่เน้นไปที่จำนวนครั้งในการฝึกมากกว่า จะช่วยลดไขมันใต้ผิวหนังได้ดีกว่า สิ่งที่เราเคยได้ยินมา แท้ที่จริงแล้วมันเป็นเช่นนั้นจริงๆหรือเปล่า ?
แต่สิ่งที่ผมแนะนำให้คุณทำ คือ การเพิ่มน้ำหนักในการยกโดยไม่เกิน 10 ครั้ง สำหรับผู้หญิง ไม่เกิน 8 ครั้งสำหรับผู้ชาย
ซึ่งจะส่งผลต่อการลดไขมันได้ดีกว่า เพราะเหตุผลอะไรนั้น เรามาฟังคำอธิบายกันดีกว่าครับ
ข้อแรก
การยกน้ำหนักด้วยจำนวนครั้งที่ไม่เกิน 8 ครั้ง ส่งผลช่วยต่อการเพิ่มกล้ามเนื้อของคนที่เพิ่มกล้ามเนื้อได้ยาก มากกว่าการยกจำนวนที่มากกว่า 15 ครั้ง
ข้อสอง
งานวิจัยในต่อมาแสดงให้เห็นว่า การที่ใช้น้ำหนักระหว่าง 40 – 60 เปอร์เซนต์ของน้ำหนักที่ยกได้ 1 ครั้ง ไม่ใช่หนทางที่ดีในการสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งถ้าคุณสร้างกล้ามเนื้อได้น้อย คุณก็จะเผาผลาญได้น้อยตามไปด้วย
ข้อสาม
อีกเหตุผลหนึ่งที่ยกน้ำหนักจำนวนมาก มีความสัมพันธ์โดยตรงกับการลดลงของไขมันคือการศึกษาโดยการวิจัยของคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาในกรีซ ซึ่งพบว่าผู้ชายเมื่อได้ฝึกโดยยกน้ำหนัก (80-85% ของ 1RM) จะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญในระหว่างการออกกำลังกายและหลังการออกกำลังกายมากกว่าคนที่ฝึกยกน้ำหนักที่มีน้ำหนักเบา นอกจากนี้ยังลดไขมันได้ดีกว่าคนที่ยกน้ำหนักเบาด้วย


สุดท้าย
นักเพาะกายมืออาชีพในยุคปัจจุบัน เมื่อถึงช่วงลดไขมัน ต่างพากันใช้น้ำหนักที่หนักหรือหนักกว่าตอนที่สร้างกล้ามเนื้อซะอีก เพราะอะไร ? เพราะงานวิจัยหลายๆงานวิจัยว่า ขนาดหน้าตัดของกล้ามเนื้อ มีความสัมพันธ์โดยตรงกับความแข็งแรง และความแข็งแรงสัมพันธ์โดยตรงกับน้ำหนักที่ใช้ ซึ่งการลดน้ำหนักที่ดี จะต้องรักษามวลกล้ามเนื้อให้ได้มากที่สุด เพราะกล้ามเนื้อช่วยในการเผาผลาญพลังงานภายในร่างกาย


ดังนั้นหากคุณต้องการที่จะลดไขมันต้องฝึกให้หนักเข้าไว้ เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อเอาไว้ ซึ่งจะช่วยรักษาการเผาผลาญของร่างกายเอาไว้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยลดไขมันของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณต้องการที่จะเผาผลาญไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขอให้คุณให้ความสนใจกับการฝึกแบบทั่วร่าง ได้แก่ squat deadlift ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานหลังออกกำลังกายได้มากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

5 ข้อผิดพลาดในการลดไขมันที่ควรแก้ไข (End)

ข้อผิดพลาดประการที่  การดื่มเครื่องให้พลังงานที่ไม่ค่อยมีประโยชน์


หนึ่งในวิธีการง่ายๆ  ในการเร่งการเผาผลาญไขมัน คือ การตัดเครื่องดื่มที่ประกอบไปด้วยน้ำตาลต่างๆออกจากตารางอาหารของคุณซะ  ถ้าคุณยังดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้อยู่  เมื่อคุณตัดเครื่องดื่มเหล่านี้ออก  ไขมันของคุณจะลดลงอย่างแน่นอน

การงดเครื่องดื่มเหล่านี้  อาจจะทำให้ใครหลายๆคนถึงกับเศร้ากันเลยทีเดียว  ไม่ว่าจะเป็นโค้ก เป๊บซี่ ชาเขียว และเครื่องดื่มผสมน้ำตาลต่างๆ  เพราะว่าเครื่องดื่มเหล่านี้มีรสชาติหอมหวานอร่อย ไม่ว่าใครๆก็ชื่นชอบ  แต่สำหรับการลดน้ำหนักและลดไขมันแล้ว  เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด

น้ำผลไม้ถึงแม้ว่าจะติดข้างฉลากว่าน้ำตาลน้อย  แต่ผลไม้โดยส่วนใหญ่ ประกอบไปด้วยน้ำตาลในปริมาณหนึ่งอยู่แล้ว  ถึงแม้ว่าน้ำผลไม้จะมีวิตามินแร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ก็ไม่ควรดื่มในขณะกำลังควบคุมอาหาร  โดยคุณควรเลือกกินผลไม้สดแทนจะดีกว่า
อีกหนึ่งเครื่องดื่มที่หลายๆคนมักจะดื่มกัน  คือ  เครื่องดื่มพวกเกลือแร่  ทดแทนการเสียเหงื่อหลังจากออกกำลังกาย  เช่น  Gatorade  ซึ่งผสมน้ำตาลเป็นปริมาณมากๆ  ซึ่งถ้าหากเทียบกันพลังงานต่อพลังงานแล้ว  เราควรเลือกทานเครื่องดื่มเวย์โปรตีน  คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน  หรือไขมันที่ดีประเภทต่างๆจะดีกว่า

ข้อผิดพลาดประการที่  ทานไขมันที่ดีต่อสุขภาพน้อยเกินไป


ผู้คนส่วนใหญ่เมื่อเข้าสู่การคุมอาหารหรือลดน้ำหนัก  มักจะกลัวการรับประทานไขมันต่างๆ  เพราะทราบว่าไขมันให้พลังงานถึง  9 kcal ต่อ 1 กรัม  แต่ในความเป็นจริง  ไขมันนั้นจะเป็นอย่างมากต่อการคุมน้ำหนักและลดไขมันอย่างมีประสิทธิภาพ
แล้วไขมันที่ดีต่อการคุมน้ำหนักหาได้จากไหนบ้าง ?
ไขมันที่ดีนั้น  ได้แก่  น้ำมันจากการทานปลาต่างๆ  น้ำมันปลา(fish oil)  และน้ำมันจากสัตว์จำพวกกุ้ง(krill oil
ซึ่งน้ำมันเหล่านี้  มีผลดีต่อร่างกายไม่ว่าจะเป็น  ช่วยควบคุมระดับความอยากของอาหาร  และในระยะยาวยังช่วยเพิ่มในการทำงานของระบบสมอง  รักษาสมดุลฮอร์โมนต่างๆภายในร่างกาย ทำให้เทสโทสเตอโรนหลั่งออกมาเป็นปกติ  บำรุงหัวใจ  ช่วยในการฟื้นฟูซ่อมแซมของร่างกาย  และช่วยในการควบคุมน้ำหนักและลดไขมัน
ดูเหมือนว่าอาจจะฟังดูขัดใจสำหรับใครหลายๆคน  ผู้ที่ตัดไขมันออกจากตารางอาหารเพื่อที่จะลดน้ำหนัก  คุณควรจะนำเอาไขมันที่ดีจัดใส่ในตารางอาหารของคุณ  แต่ต้องทานในปริมาณที่เหมาะสม  และคุณจะพบว่าการที่คุณเพิ่มไขมันเข้าไปในตารางอาหาร  มันจะส่งผลต่อตัวคุณมากขนาดไหน

5 ข้อผิดพลาดในการลดไขมันที่ควรแก้ไข (part 2)

ข้อผิดพลาดประการที่ 2  กินจุกจิกในระหว่างมื้ออาหาร

เมื่อคุณคำนวณพลังงานที่ต้องการต่อวันในการควบคุมน้ำหนักและลดไขมัน  ซึ่งเป็นปริมาณที่ต้องจัดสรรเพื่อรับประทานให้พอเพียงสำหรับทั้งวัน

สิ่งที่ผู้คนมากมายส่วนใหญ่นั้น  มักจะทำผิดพลาดคือการรับประทานอาหารตลอดทั้งวัน  เช่น ขนมขบเคี้ยวต่างๆ  ถ้าคุณรับประทานอาหารเท่ากับพลังงานที่ได้คำนวณแล้ว  คุณจะไม่จำเป็นต้องทานอาหารจำพวกขนมใดๆ  เพราะเมื่อคุณทานไปเรื่อยๆ อาจสนุกปาก จนทำให้หลุดตารางอาหาร  ที่ได้วางแผนมาตลอดทั้งวันได้

คำแนะนำ
หากคุณต้องการที่จะทานของขบเคี้ยวจริงๆ   ควรเลือกทานอาหารประเภทถั่วและธัญพืช  เช่น  ถั่วลิสง  ถั่วอัลมอนด์  หรือผลไม้ต่างๆ  เป็นต้น  แล้วเก็บของที่คุณชอบไว้เป็นมื้อโกงประจำสัปดาห์จะดีกว่า

ข้อผิดพลาดประการที่  รับประทานอาหารที่เหมาะสม  แต่ใช้ซอสหรือเครื่องปรุงรสต่างๆไม่เหมาะสม

ลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี ลดไขมัน ลดพลังงาน


บ่อยครั้งมากที่ผมเห็นเมนูอาหาร ที่อุดมไปด้วยสารอาหาร  ถูกทำลายโดยการปรุงแต่งด้วยซอสต่างๆ น้ำสลัด  น้ำจิ้ม  ที่เต็มไปด้วยพลังงาน  โดยที่แทบจะไม่มีการชั่งตวงปริมาณ

คำแนะนำ:

เมื่อคุณจะปรุงอาหาร  คุณควรเลือกซอสที่มีน้ำตาลน้อยและไขมันต่ำ

5 ข้อผิดพลาดในการลดไขมันที่ควรแก้ไข

5 ข้อผิดพลาดในการลดไขมันที่ควรแก้ไข (Part 1)


ข้อผิดพลาดประการที่  กินอาหารไม่เพียงพอ

ผมพูดได้เลยว่า  สิ่งแรกที่ผู้คนที่พยายามลดน้ำหนักทำผิดพลาดที่สุดก็คือ  กินอาหารไม่เพียงพอ  แม้แต่ตัวของผมเองก็เคยทำอย่างนั้น  คือผู้คนที่คิดจะลดน้ำหนักจะคิดเป็นสิ่งแรกคือ  เราต้องลดอาหารให้มากๆเข้าไว้

ไม่ว่าจะศึกษาจากแหล่งข้อมูลไหนล้วนจะกล่าวว่า  การที่ร่างกายมนุษย์จะนำไขมันสำรองที่เก็บไว้มาเป็นพลังงานนั้น  จำเป็นจะต้องรับประทานอาหารให้พลังงานต่ำกว่าที่ร่างกายจะใช้ในแต่ละวัน  แต่ในการลดไขมันหรือลดน้ำหนักที่ดีนั้น  คุณจะเป็นจะต้องรักษาผลต่างของพลังงานที่รับและใช้ในแต่ละวัน  ให้น้อยที่สุดที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อขนาดกล้ามเนื้อภายในร่างกาย  ถ้าคุณลดไขมันหรือลดน้ำหนักโดยการตัดพลังงานที่รับเข้าไปในแต่ละวันมากจนเกินไป  คุณอาจจะพบผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์หลายอย่าง

ในตอนเริ่มแรก  คุณจะรู้สึกเหน็ดเหนื่อย  กระสับกระส่าย  อารมณ์แปรปรวน  หงุดหงิดหรือโมโหได้ง่าย  เนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำระหว่างช่วงที่ไม่ได้รับมื้ออาหาร  เมื่อทำไปเป็นระยะเวลานานๆเข้า  ร่างกายจะเริ่มการสะสมไขมัน  แทนที่จะทำการเผาผลาญไขมัน  ในขณะเดียวกันที่คุณพยายามทำคาร์ดิโอ  ร่างกายจะเผาผลาญกล้ามเนื้อแทนที่จะเผาผลาญไขมัน

ดังนั้นในตอนเริ่มแรกของการลดไขมันหรือลดน้ำหนักนั้น  ควรเริ่มจากการตัดแคลอรีต่อวันที่ 
500  กิโลแคลอรี 
ตัวอย่างเช่น  ถ้าความต้องการพลังงานต่อวันของคุณอยู่ที่ 
3000  กิโลแคลอรี  ถ้าคุณต้องการลดน้ำหรือลดไขมันคุณควรจะรับพลังงานต่อวันที่  2500  กิโลแคลอรี  เท่ากับว่าภายใน 1 สัปดาห์คุณจะลดพลังงานที่ใช้ไปถึง 3500 กิโลแคลอรี

หลังจากผ่านไปซัก 
2 - 3 อาทิตย์แล้ว  คุณอาจจะเพิ่มผลต่างของแคลอรีต่อวันขึ้นไปอีกเล็กน้อย  เพื่อให้การลดน้ำหนักหรือลดไขมันเป็นไปอย่างต่อเนื่อง  โดยเพิ่มอีก 100 กิโลแคลอรี  เป็น  600 kcal
โดยที่เมื่อเพิ่มไปแล้วคุณจะต้องมีเรี่ยวแรงเหลือเพียงพอในการออกกำลังกายในแต่ละวัน

4 วิธีการพิชิตความหิวในการลดน้ำหนัก


ในการลดน้ำหนักจำเป็นที่จะต้องควบคุมอาหาร โดยส่วนใหญ่แล้วผู้คนส่วนใหญ่ สามารถควบคุมอาหารได้เป็นอย่างดีในระยะเวลา 2 สัปดาห์แรก แต่เมื่อเป็นเวลานานกว่านี้  ผู้คนส่วนใหญ่มักจะเหน็ดเหนื่อยกับการควบคุมอาหารจำกัดพลังงานที่รับเข้าไป  ร่างกายของคุณจะโหยหาอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุที่คนส่วนใหญ่ไม่สามารถลดน้ำหนักได้จนถึงเป้าหมาย4 วิธีนี้จะเป็นวิธีการจัดการกับความหิวเพื่อการควบคุมอาหาร ได้แก่
 1.   พยายามจัดมื้ออาหารให้พลังงานสมดุลกันในแต่ละมื้อ
เป็นข้อที่หลายๆคนสามารถทำได้ง่าย แต่มักถูกละเลยไป คือการทานอาหาร  4 – 6 มื้อต่อวัน  ซึ่งจะทำให้คุณไม่หิวจนเกินไป  ทำให้สามารถควบคุมอาหารเป็นไปตามโปรแกรมที่วางไว้ได้
  2.  ทานอาหารที่มีใยอาหารให้มากๆ 
ใยอาหารช่วยทำให้การดูดซึมของอาหารช้าลง  ซึ่งมีผลช่วยทำให้ร่างกายมีพลังงานใช้ในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น  อาหารที่มีใยอาหารสูง  ได้แก่  ขนมปังโฮลวีต  ข้าวกล้อง  ถั่วต่างๆ  และผลไม้  จะช่วยควบคุมการหลั่งของอินซูลินในร่างกายให้ช้าลง  โดยใยอาหารที่แนะนำต่อวัน คือ
25 - 30 กรัม
 3.  เพิ่มปริมาณไขมันที่ดีต่อร่างกายให้มากขึ้น
ใช่แล้วครับ การเพิ่มปริมาณไขมันที่รับประทานต่อวันให้มากขึ้น
  ไขมันสำคัญมากๆในการควบคุมอาหาร  ไขมันช่วยทำให้ฮอร์โมนในร่างกายปกติ  อีกทั้งยังช่วยในการดูดซึมวิตามิน  ไขมันให้พลังงาน 9 kcal ต่อกรัม  ไขมันใช้เวลาในการดูดซึมและย่อยช้า  โดยพลังงานจากไขมันควรอยู่ที่ 20 – 35 เปอร์เซนต์ของพลังงานที่ต้องการต่อวัน

4.  เลือกพลังงานจากอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารสูง
การควบคุมอาหารอย่างยืดหยุ่น  การควบคุมอาหารโดยการทานอาหารที่อยากกิน โดยกินอาหารเท่ากับความต้องการต่อวัน
  เช่น  ถ้าคุณต้องทานคาร์โบไฮเดรต  100  กรัมต่อวัน  แล้วคุณเลือกที่จะทานกาแฟปั่นที่มีคาร์โบไฮเดรตต่อแก้วเท่ากับ  50  กรัม ซึ่งคุณสามารถทานได้เพียงสองแก้วต่อวัน  แต่ถ้าคุณเลือกที่จะทานผักและผลไม้ต่างๆแทน  คุณจะอิ่มและได้สารอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าอีกด้วย  แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องทานอาหารเหล่านี้เพียงอย่างเดียว  ผมแนะนำว่าใน  1  สัปดาห์เราสามารถทานอาหารที่เราอยากทานได้แต่ไม่ควรเกินที่คำนวณ  เพื่อทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง  และไม่ตึงเครียดมากจนเกินไป

5 ความเชื่อผิดๆในการลดน้ำหนัก (part 2 end)


3. คุณจำเป็นต้องออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอให้มากเข้าไว้
การที่คุณวิ่งเหยาะๆเป็นชั่วโมงๆเพื่อการลดน้ำหนัก เมื่อทำคาร์ดิโอในรูปแบบใดๆก็ตามที่ต้องเคลื่อนไหวรูปแบบเดิมๆซ้ำๆ เป็นเวลา 30 – 60 นาที ร่างกายจะดื้อไม่ยอมเผาไขมันมาเป็นพลังงงาน แต่จะนำเอากล้ามเนื้อมาเป็นพลังงานแทน ซึ่งทำให้การเผาผลาญลดลง อีกทั้งยังลดความแข็งแรงของร่างกายลง
เพื่อที่จะลดไขมัน และยังกระตุ้นการเผาผลาญ จำเป็นที่จะต้องใช้กล้ามเนื้อช่วย ซึ่งจะต้องฝึกแบบ HIIT และการยกเวทเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ
คำแนะนำ : สิ่งสำคัญในการลดไขมันอย่างรวดเร็ว คือ การฝีกโดยกระตุ้นการเผาผลาญตลอดวัน ซึ่งการวิจัยหลากหลายงานวิจัยได้พิสูจน์ว่า การคาร์ดิโอแบบ HIIT มีประสิทธิภาพมากกว่าแบบเบา เพราะทำให้ร่างกายเผาไขมันหลังจากการฝึกซ้อม
4. คุณต้องไม่ทานไขมัน
แต่ก่อนการลดไขมันมักจะได้ยินว่าจะต้องไม่กินไขมัน เพราะไขมันมีแคลอรีมากถึง 9 กิโลแคลอรี ซึ่งมากกว่าโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานเพียง 4 กิโลแคลอรี แต่การคุมอาหารเพื่อสุขภาพนั้น คุณจำเป็นต้องทานไขมันเพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์ ซึ่งหาทานได้จาก ไขมันปลา น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว อาโวกาโด และอัลมอนต์ เป็นต้น ซึ่งเป็นอีกทางเลือกในการคุมอาหารที่ดี แทนการรับประทานคาร์โบไฮเดรตต่างๆ
คำแนะนำ : ให้ร่างกายได้รับไขมันที่ดีในปริมาณที่พอเหมาะ จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ลดความหิว เพิ่มพลังสมอง ต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยในกระบวนการลดไขมัน โดยเลือกทานไขมันจาก ถั่ว เมล็ดพืชต่างๆ ปลา ผลอะโวกาโด และน้ำมันมะกอกในสภาพที่ดี
5. คุณต้องยกเวทจำนวนครั้งมากๆ
การยกเวทจำนวนครั้งมากๆ ก็คล้ายกับการที่คาร์ดิโอแบบเบาๆเป็นระยะเวลานานๆ ร่างกายจะไม่เผาไขมันเป็นพลังงาน อีกทั้งไม่ได้กระตุ้นฮอร์โมนในการเผาผลาญไขมัน ได้แก่ โกรธฮอร์โมน และเทสโทสเตอโรน ซึ่งการออกกำลังกายแบบหนักๆเท่านั้นที่จะช่วยเผาไขมันและเพิ่มเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ
เพื่อที่จะเพิ่มกล้ามเนื้อ คุณจะต้องทำให้กล้ามเนื้อได้รับการฝึกอย่างหนัก ยิ่งคุณแข็งแรงเท่าไหร่ ใยกล้ามเนื้อยิ่งถูกรักษาไว้ และยังช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญหลังการออกกำลังกาย
คำแนะนำ : ต้องแน่ใจว่าน้ำหนักที่ยก ไม่สามารถยกได้เกิน 15 ครั้ง สำหรับการฝึกด้วยน้ำหนักตัวนั้น จะต้องทำด้วยจังหวะที่เร็ว และฝึกติดต่อกันเป็นชุดๆ

5 ความเชื่อผิดๆในการลดน้ำหนัก (part 1)


เหตุผลแรกๆในการที่ผู้คนเริ่มออกกำลังกาย และคุมพฤติกรรมการรับประทานอาหาร คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากเพื่อลดไขมัน และต้องการพัฒนาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงไปด้วยกัน แต่ปัญหาส่วนใหญ่คือ มีข้อมูลข่าวสารผิดๆมากมาย ซึ่งทำให้ผู้คนเสียกำลังใจ และเลิกทำไปในที่สุด  เราไปพบกับ 5 สิ่งผิดๆ และคุณต้องหลีกเลี่ยง
 

1. คุณจำเป็นต้องนับแคลอรีทั้งหมดที่คุณทานเข้าไป
โดยส่วนตัวแล้วผมไม่เคยชอบเลย ที่จะต้องมานับแคลอรีของอาหารทั้งหมด มันมากเกินไป แต่ถ้าใครหลายๆคนมีปัญหาในการลดน้ำหนักไม่ค่อยลง การนับแคลอรีของอาหารถือว่าจำเป็น และควรทำเพียงเล็กน้อย แต่ปัญหาของการนับแคลอรีในการทานอาหารนั้น ประกอบไปด้วยหลายตัวแปร เช่น อายุ ส่วนสูง น้ำหนัก งานที่ทำ การออกกำลังกาย มวลกล้ามเนื้อในร่างกาย ปริมาณน้ำที่ต้องการต่อวัน ฯลฯ ซึ่งน้อยคนที่จะมีความสุขที่จะต้องมาทำไรเหล่านี้
คำแนะนำ : เริ่มจากทานอาหารธรรมชาติ หลายๆอย่างผสมกัน เช่น เนื้อปลา อกไก่ ไข่ไก่ ถั่วและพืชผักต่างๆ แต่ทานเวลาหิวเท่านั้น และเลิกทานเมื่อเริ่มอิ่มแล้ว
2. คุณจำเป็นต้องเพิ่มมื้ออาหารให้ถี่มากขึ้น
วิธีการนี้เป็นที่ยอมรับในผู้คนหมู่มาก โดยเฉพาะนักกีฬาเพาะกายและฟิตเนส แต่ดูเหมือนจะไม่ได้เหมาะกับผู้คนส่วนใหญ่ ที่ไม่ได้มีอาชีพนักกีฬาเหล่านี้ ที่จะได้มีเวลามาทานอาหาร 6 มื้อ กินอกไก่ มันหวาน และบล็อกโครีแบบนั้น
เนื่องจากผลการวิจัยในการเพิ่มมื้ออาหาร แทบจะไม่มีการเพิ่มการเผาผลาญมากกว่าการทานเพียงสามมื้อเลย ซึ่งจะมีข้อดีกว่าตรงที่ช่วยทำให้ไม่หิวในระหว่างวันเท่านั้น
คำแนะนำ : ไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเอง ถ้าคุณพลาดมื้ออาหาร เพียงแค่ดื่มน้ำและอาหารเล็กๆน้อยๆเพื่อแก้หิวก็พอแล้ว