แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลดพลังงาน แสดงบทความทั้งหมด

3 ท่าทวิสต์เพื่อกล้ามท้องที่แข็งแรงและสวยงาม

ในปัจจุบันเมื่อเราเข้าฟิตเนสหรือยิม  มักจะเจอผู้คนมากมายพยายามทำซิทอัพหรือท่า crunch  แต่ไม่ได้ผลลัพธ์เปลี่ยนแปลงอะไรเท่าที่ควร  ถ้าเราสังเกตเหล่านักกีฬาประเภทเหล่านี้  ได้แก่  นักมวย  นักกีฬาขว้างไกล  มวยปล้ำ  MMA  บาสเก็ตบอล  ฟุตบอล  เป็นต้น  คุณไม่สามารถที่จะเห็นกล้ามท้องของคุณ  เพียงแค่ออกกำลังกล้ามเนื้อหน้าท้องด้วยท่าซิทอัพเพียงลำพัง  อย่างนั้นแล้วคุณควรจะลองฝึกท่าประเภททวิสต์  เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องให้หลากหลายมุมมากขึ้น
ทำไมเราถึงไม่ค่อยเห็นใครเล่นท่าทวิสต์กันในยิม  ผมเดาว่าอาจเป็นสิ่งที่น่าเบื่อหรือไม่อาจจะเป็นความขี้เกียจของหลายต่อหลายคน  เพราะซิทอัพนั้นทำได้ง่ายๆ  แต่ท่าทวิสต์นั้นเหนื่อยกว่า
ท่าทวิสต์นั้นจะได้ผลลัพธ์ที่ดีเมื่อนำเอาบาร์เบล ดัมเบล มาช่วยแรงต้านทาน  และท่าทวิสต์นั้นมีมากมายหลากหลายมุมมาก  ซึ่งผมไม่อาจอธิบายได้ครบทุกมุม  ผมจึงได้เลือก  ท่า  ที่เป็นลำดับต้นๆของท่าทวิสต์  เพื่อกล้ามท้องที่แข็งแรงและสวยงาม
3 ท่าฝึกแบบทวิสต์  ได้แก่ 


1.  Standing Bar Twists
ฝึกท่านี้โดยเริ่มจากนำบาร์เบลมาวางไว้ที่หลัง  ในตำแหน่งที่สามารถแบกเอาไว้ได้  ท่านี้ค่อนข้างจะใช้งานพื้นที่นิดหน่อย  ควรเผื่อเหลือพื้นที่รอบตัวไว้ให้ดี  โดยยืนขากว้างกว่าไหล่นิดหน่อย  โดยบิดเอวไปทางด้านข้างให้ไกลเท่าที่จะทำได้  แล้วค่อยๆหมุนกลับมาอีกข้างทำสลับไปเรื่อยๆ  โดยการบิดเอวนั้นตำแหน่งของเท้าจะต้องไม่เคลื่อนที่ไปไหน  ให้เราบิดเท่าที่เราจะรักษาตำแหน่งของตัวเราได้อย่างมั่นคง  ทำ  เซ็ตเซ็ตละ  20  ครั้ง(10 ครั้งต่อข้างนั่นเอง)

2.  Standing Plate Twists
เริ่มจากยืนขากว้างกว่าไหล่นิดหน่อย  จับแผ่นน้ำหนักขึ้นมา  โดยเลือกน้ำหนักตามความแข็งแรงของแต่ละคนได้ตามเหมาะสม  โดยถือค้างไว้ความสูงระดับไหล่  แล้วบิดตัวเหมือนกับเรากำลังเล่น Bar Twists  โดยทำ  4   เซ็ตเซ็ตละ  20  ครั้ง(10 ครั้งต่อข้างนั่นเอง)

3.  Decline Situp Twists

ท่าออกกำลังกายต่อไปนี้  จะใช้เตียงซิทอัพแบบเอียงลง (roman chair)  โดยเลือกแผ่นน้ำหนักมา 1 แผ่นตามความแข็งแรงของผู้ฝึก  เริ่มฝึกโดยการทำซิทอัพแบบครึ่งเดียว(หลังจะไม่ต่ำกว่าแนวขนานกับพื้น)  จังหวะขึ้นให้ทำการบิดเอวไปด้านข้าง  โดยทุกครั้งจะเกร็งหน้าท้องไม่ให้ต่ำกว่าแนวขนานกับพื้นตลอด  ทำ  เซ็ตเซ็ตละ  20  ครั้ง(10 ครั้งต่อข้างนั่นเอง)

5 ข้อผิดพลาดในการลดไขมันที่ควรแก้ไข (End)

ข้อผิดพลาดประการที่  การดื่มเครื่องให้พลังงานที่ไม่ค่อยมีประโยชน์


หนึ่งในวิธีการง่ายๆ  ในการเร่งการเผาผลาญไขมัน คือ การตัดเครื่องดื่มที่ประกอบไปด้วยน้ำตาลต่างๆออกจากตารางอาหารของคุณซะ  ถ้าคุณยังดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้อยู่  เมื่อคุณตัดเครื่องดื่มเหล่านี้ออก  ไขมันของคุณจะลดลงอย่างแน่นอน

การงดเครื่องดื่มเหล่านี้  อาจจะทำให้ใครหลายๆคนถึงกับเศร้ากันเลยทีเดียว  ไม่ว่าจะเป็นโค้ก เป๊บซี่ ชาเขียว และเครื่องดื่มผสมน้ำตาลต่างๆ  เพราะว่าเครื่องดื่มเหล่านี้มีรสชาติหอมหวานอร่อย ไม่ว่าใครๆก็ชื่นชอบ  แต่สำหรับการลดน้ำหนักและลดไขมันแล้ว  เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด

น้ำผลไม้ถึงแม้ว่าจะติดข้างฉลากว่าน้ำตาลน้อย  แต่ผลไม้โดยส่วนใหญ่ ประกอบไปด้วยน้ำตาลในปริมาณหนึ่งอยู่แล้ว  ถึงแม้ว่าน้ำผลไม้จะมีวิตามินแร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ก็ไม่ควรดื่มในขณะกำลังควบคุมอาหาร  โดยคุณควรเลือกกินผลไม้สดแทนจะดีกว่า
อีกหนึ่งเครื่องดื่มที่หลายๆคนมักจะดื่มกัน  คือ  เครื่องดื่มพวกเกลือแร่  ทดแทนการเสียเหงื่อหลังจากออกกำลังกาย  เช่น  Gatorade  ซึ่งผสมน้ำตาลเป็นปริมาณมากๆ  ซึ่งถ้าหากเทียบกันพลังงานต่อพลังงานแล้ว  เราควรเลือกทานเครื่องดื่มเวย์โปรตีน  คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน  หรือไขมันที่ดีประเภทต่างๆจะดีกว่า

ข้อผิดพลาดประการที่  ทานไขมันที่ดีต่อสุขภาพน้อยเกินไป


ผู้คนส่วนใหญ่เมื่อเข้าสู่การคุมอาหารหรือลดน้ำหนัก  มักจะกลัวการรับประทานไขมันต่างๆ  เพราะทราบว่าไขมันให้พลังงานถึง  9 kcal ต่อ 1 กรัม  แต่ในความเป็นจริง  ไขมันนั้นจะเป็นอย่างมากต่อการคุมน้ำหนักและลดไขมันอย่างมีประสิทธิภาพ
แล้วไขมันที่ดีต่อการคุมน้ำหนักหาได้จากไหนบ้าง ?
ไขมันที่ดีนั้น  ได้แก่  น้ำมันจากการทานปลาต่างๆ  น้ำมันปลา(fish oil)  และน้ำมันจากสัตว์จำพวกกุ้ง(krill oil
ซึ่งน้ำมันเหล่านี้  มีผลดีต่อร่างกายไม่ว่าจะเป็น  ช่วยควบคุมระดับความอยากของอาหาร  และในระยะยาวยังช่วยเพิ่มในการทำงานของระบบสมอง  รักษาสมดุลฮอร์โมนต่างๆภายในร่างกาย ทำให้เทสโทสเตอโรนหลั่งออกมาเป็นปกติ  บำรุงหัวใจ  ช่วยในการฟื้นฟูซ่อมแซมของร่างกาย  และช่วยในการควบคุมน้ำหนักและลดไขมัน
ดูเหมือนว่าอาจจะฟังดูขัดใจสำหรับใครหลายๆคน  ผู้ที่ตัดไขมันออกจากตารางอาหารเพื่อที่จะลดน้ำหนัก  คุณควรจะนำเอาไขมันที่ดีจัดใส่ในตารางอาหารของคุณ  แต่ต้องทานในปริมาณที่เหมาะสม  และคุณจะพบว่าการที่คุณเพิ่มไขมันเข้าไปในตารางอาหาร  มันจะส่งผลต่อตัวคุณมากขนาดไหน

5 ข้อผิดพลาดในการลดไขมันที่ควรแก้ไข (part 2)

ข้อผิดพลาดประการที่ 2  กินจุกจิกในระหว่างมื้ออาหาร

เมื่อคุณคำนวณพลังงานที่ต้องการต่อวันในการควบคุมน้ำหนักและลดไขมัน  ซึ่งเป็นปริมาณที่ต้องจัดสรรเพื่อรับประทานให้พอเพียงสำหรับทั้งวัน

สิ่งที่ผู้คนมากมายส่วนใหญ่นั้น  มักจะทำผิดพลาดคือการรับประทานอาหารตลอดทั้งวัน  เช่น ขนมขบเคี้ยวต่างๆ  ถ้าคุณรับประทานอาหารเท่ากับพลังงานที่ได้คำนวณแล้ว  คุณจะไม่จำเป็นต้องทานอาหารจำพวกขนมใดๆ  เพราะเมื่อคุณทานไปเรื่อยๆ อาจสนุกปาก จนทำให้หลุดตารางอาหาร  ที่ได้วางแผนมาตลอดทั้งวันได้

คำแนะนำ
หากคุณต้องการที่จะทานของขบเคี้ยวจริงๆ   ควรเลือกทานอาหารประเภทถั่วและธัญพืช  เช่น  ถั่วลิสง  ถั่วอัลมอนด์  หรือผลไม้ต่างๆ  เป็นต้น  แล้วเก็บของที่คุณชอบไว้เป็นมื้อโกงประจำสัปดาห์จะดีกว่า

ข้อผิดพลาดประการที่  รับประทานอาหารที่เหมาะสม  แต่ใช้ซอสหรือเครื่องปรุงรสต่างๆไม่เหมาะสม

ลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี ลดไขมัน ลดพลังงาน


บ่อยครั้งมากที่ผมเห็นเมนูอาหาร ที่อุดมไปด้วยสารอาหาร  ถูกทำลายโดยการปรุงแต่งด้วยซอสต่างๆ น้ำสลัด  น้ำจิ้ม  ที่เต็มไปด้วยพลังงาน  โดยที่แทบจะไม่มีการชั่งตวงปริมาณ

คำแนะนำ:

เมื่อคุณจะปรุงอาหาร  คุณควรเลือกซอสที่มีน้ำตาลน้อยและไขมันต่ำ

5 ข้อผิดพลาดในการลดไขมันที่ควรแก้ไข

5 ข้อผิดพลาดในการลดไขมันที่ควรแก้ไข (Part 1)


ข้อผิดพลาดประการที่  กินอาหารไม่เพียงพอ

ผมพูดได้เลยว่า  สิ่งแรกที่ผู้คนที่พยายามลดน้ำหนักทำผิดพลาดที่สุดก็คือ  กินอาหารไม่เพียงพอ  แม้แต่ตัวของผมเองก็เคยทำอย่างนั้น  คือผู้คนที่คิดจะลดน้ำหนักจะคิดเป็นสิ่งแรกคือ  เราต้องลดอาหารให้มากๆเข้าไว้

ไม่ว่าจะศึกษาจากแหล่งข้อมูลไหนล้วนจะกล่าวว่า  การที่ร่างกายมนุษย์จะนำไขมันสำรองที่เก็บไว้มาเป็นพลังงานนั้น  จำเป็นจะต้องรับประทานอาหารให้พลังงานต่ำกว่าที่ร่างกายจะใช้ในแต่ละวัน  แต่ในการลดไขมันหรือลดน้ำหนักที่ดีนั้น  คุณจะเป็นจะต้องรักษาผลต่างของพลังงานที่รับและใช้ในแต่ละวัน  ให้น้อยที่สุดที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อขนาดกล้ามเนื้อภายในร่างกาย  ถ้าคุณลดไขมันหรือลดน้ำหนักโดยการตัดพลังงานที่รับเข้าไปในแต่ละวันมากจนเกินไป  คุณอาจจะพบผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์หลายอย่าง

ในตอนเริ่มแรก  คุณจะรู้สึกเหน็ดเหนื่อย  กระสับกระส่าย  อารมณ์แปรปรวน  หงุดหงิดหรือโมโหได้ง่าย  เนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำระหว่างช่วงที่ไม่ได้รับมื้ออาหาร  เมื่อทำไปเป็นระยะเวลานานๆเข้า  ร่างกายจะเริ่มการสะสมไขมัน  แทนที่จะทำการเผาผลาญไขมัน  ในขณะเดียวกันที่คุณพยายามทำคาร์ดิโอ  ร่างกายจะเผาผลาญกล้ามเนื้อแทนที่จะเผาผลาญไขมัน

ดังนั้นในตอนเริ่มแรกของการลดไขมันหรือลดน้ำหนักนั้น  ควรเริ่มจากการตัดแคลอรีต่อวันที่ 
500  กิโลแคลอรี 
ตัวอย่างเช่น  ถ้าความต้องการพลังงานต่อวันของคุณอยู่ที่ 
3000  กิโลแคลอรี  ถ้าคุณต้องการลดน้ำหรือลดไขมันคุณควรจะรับพลังงานต่อวันที่  2500  กิโลแคลอรี  เท่ากับว่าภายใน 1 สัปดาห์คุณจะลดพลังงานที่ใช้ไปถึง 3500 กิโลแคลอรี

หลังจากผ่านไปซัก 
2 - 3 อาทิตย์แล้ว  คุณอาจจะเพิ่มผลต่างของแคลอรีต่อวันขึ้นไปอีกเล็กน้อย  เพื่อให้การลดน้ำหนักหรือลดไขมันเป็นไปอย่างต่อเนื่อง  โดยเพิ่มอีก 100 กิโลแคลอรี  เป็น  600 kcal
โดยที่เมื่อเพิ่มไปแล้วคุณจะต้องมีเรี่ยวแรงเหลือเพียงพอในการออกกำลังกายในแต่ละวัน